ไม่มีข้อมูล
Powered By : CJWORLD.CO.TH
qr code
วันนี้ :
4 คน
เมื่อวาน :
18 คน
เดือนนี้ :
18 คน
เดือนที่แล้ว :
860 คน
ปีนี้ :
8,860 คน
ปีที่แล้ว :
2,293 คน
ทั้งหมด :
13,745 คน
Online: 1 user(s)
IP Address ของคุณคือ 3.238.190.82
3 เม.ย. 2560
 
กฎหมายที่ควรรู้
   
พระราชบัญญัติ คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2522
   
 
หมวด 5
การเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร
 
มาตรา 40 ภายใต้บังคับมาตรา 42 มาตรา 43 และมาตรา 51 ให้รัฐมนตรีโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี มีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา กำหนดจำนวนคนต่างด้าว ซึ่งจะมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรเป็นรายปี แต่มิให้เกินประเทศละหนึ่งร้อยคนต่อปี และสำหรับคนไร้สัญชาติมิให้เกินห้าสิบคนต่อปี
เพื่อประโยชน์แห่งการกำหนดจำนวนคนต่างด้าว บรรดาอาณานิคมของประเทศหนึ่งรวมกัน หรือแต่ละอาณาจักรซึ่งมีการปกครองของตนเอง ให้ถือเป็นประเทศหนึ่ง
   
 
มาตรา 41 คนต่างด้าวจะเข้ามามีถิ่นที่อยู่ ในราชอาณาจักรมิได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาต จากคณะกรรมการและด้วยความเห็นชอบ ของรัฐมนตรี ทั้งนี้ ภายในจำนวนที่รัฐมนตรี ประกาศตามมาตรา 40 และได้รับใบสำคัญถิ่นที่อยู่ตามมาตรา 47 แล้ว
เพื่อให้การเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรของคนต่างด้าวเป็นไปเพื่อ ประโยชน์ของประเทศให้มากที่สุด ให้คณะกรรมการ กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับคุณสมบัติ ของคนต่างด้าวซึ่งขอเข้ามามีถิ่นที่อยู่ ในราชอาณาจักรโดยคำนึงถึงรายได้ สินทรัพย์ ความรู้ ความสามารถในด้านวิชาชีพ และฐานะในครอบครัวของคนต่างด้าว ดังกล่าวกับบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทย เงื่อนไขเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ หรือเงื่อนไขอื่นตามความเหมาะสม เพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ในการพิจารณาอนุญาตให้คนต่างด้าว เข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร
การขออนุญาต คนต่างด้าวจะขอก่อนเดินทางเข้ามา ในราชอาณาจักรหรือขอภายหลัง ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เป็นการชั่วคราวแล้วก็ได้ เพื่อประโยชน์แห่งพระราชบัญญัตินี้ คณะกรรมการมีอำนาจ ที่จะกำหนดหลักเกณฑ์ ให้คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักร เป็นการชั่วคราวกรณีใดกรณีหนึ่ง ตามมาตรา 34 อาจยื่นคำขอเพื่อมีถิ่นที่อยู่ ในราชอาณาจักรได้
คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาต ให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร ก่อนเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร จะมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร ต่อเมื่อเดินทางเข้ามา ในราชอาณาจักรและได้ยื่นรายการและผ่านการตรวจ อนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 18 วรรคสอง และไม่เป็นผู้ต้องห้ามตามมาตรา 12 และมาตรา 44 และได้รับใบสำคัญถิ่นที่อยู่ตามมาตรา 47 แล้ว ในระหว่างขอรับใบสำคัญถิ่นที่อยู่ ให้คนต่างด้าวผู้นั้น อยู่ในราชอาณาจักรไปพลางก่อนได้
   
 
มาตรา 42 บุคคลดังต่อไปนี้ ไม่อยู่ภายใต้บังคับของประกาศกำหนด จำนวนคนต่างด้าว ซึ่งรัฐมนตรีประกาศตามมาตรา 40
       (1) คนต่างด้าวซึ่งเคยเข้ามามีถิ่นที่อยู่ ในราชอาณาจักรแล้ว และได้กลับเข้ามาในราชอาณาจักร ตามมาตรา 48 หรือมาตรา 51
       (2) หญิงซึ่งมีสัญชาติไทย โดยการเกิดและได้สละสัญชาติไทย ในกรณีที่ได้สมรสกับคนต่างด้าว
       (3) บุตรซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ ของหญิงซึ่งมีสัญชาติไทย โดยการเกิดไม่ว่าหญิงนั้น จะสละสัญชาติไทย ในกรณีที่ได้สมรสกับคนต่างด้าวหรือไม่ก็ตาม
       (4) บุตรของบิดามารดา ซึ่งเป็นคนต่างด้าวที่เกิด ในระหว่างเวลาที่มารดาออกไปนอกราชอาณาจักร โดยมีหลักฐานการแจ้ง ออกไปนอกราชอาณาจักร เพื่อกลับเข้ามาอีกตามมาตรา 48 เมื่อเดินทางเข้ามาใน ราชอาณาจักรพร้อมกับบิดาหรือมารดา ซึ่งกลับเข้ามาอีก ภายในเวลาที่กำหนด ตามหลักฐานการแจ้งออกไป นอกราชอาณาจักร และบุตรนั้นอายุยังไม่เกินหนึ่งปี
   
 
มาตรา 43 คนต่างด้าวที่นำเงินตราต่างประเทศ เข้ามาลงทุนในราชอาณาจักร เป็นจำนวนไม่น้อยกว่าสิบล้านบาท เมื่อคณะกรรมการพิจารณาแล้ว เห็นว่าไม่เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัตินี้ คณะกรรมการ โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี จะอนุญาตให้คนต่างด้าวผู้นั้น มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร นอกเหนือจากจำนวนคนต่างด้าว ที่รัฐมนตรีประกาศตามมาตรา 40 ก็ได้ แต่ในปีหนึ่ง ๆ จะเกินร้อยละห้าของจำนวนดังกล่าวมิได้
เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ เกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศ ที่นำเข้ามาลงทุน คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาต ให้เข้ามามีถิ่นที่อยู่ ในราชอาณาจักรตามวรรคหนึ่ง ต้องแสดงฐานะการเงิน ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองปี แต่ไม่เกินห้าปี ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร
   
 
มาตรา 44 ห้ามมิให้คนต่างด้าวผู้ใดเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรถ้าปรากฏว่า
       (1) เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุก โดยคำพิพากษาของศาลไทย หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย หรือคำพิพากษา ของศาลต่างประเทศ เว้นแต่เป็นโทษ สำหรับความผิดลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดที่ยกเว้น ไว้ในกฎกระทรวง
       (2) เป็นผู้ไม่สามารถประกอบการ หาเลี้ยงชีพได้ เพราะกายพิการหรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ หรือมีโรคอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ความใน (2) มิให้ใช้บังคับ แก่คนต่างด้าวผู้เป็นบิดา มารดา สามี ภริยา หรือบุตรของบุคคล ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร และมีฐานะที่จะเลี้ยงดูซึ่งกันและกันได้
   
 
มาตรา 45 คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาต ให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว หากประสงค์จะมีถิ่นที่อยู่ ในราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอตามแบบที่กำหนด ในกฎกระทรวง ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมือง ในท้องที่ที่ตนอยู่ ในกรณีที่ท้องที่นั้น ไม่มีที่ทำการตรวจคนเข้าเมือง ให้ยื่นคำขอ ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองที่ใกล้เคียง เมื่อคณะกรรมการพิจารณาแล้ว เห็นว่ายังไม่เกินจำนวนที่รัฐมนตรี ประกาศตามมาตรา 40 หรือจำนวนตามมาตรา 43 แล้วแต่กรณีหรือเป็นบุคคลตามมาตรา 42 และไม่เป็นผู้ต้องห้ามตามมาตรา 44 แล้วจะอนุญาตให้คนต่างด้าวผู้นั้น มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีก็ได้
คนต่างด้าวซึ่งได้ยื่นคำขอ เพื่อมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร หากกำหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต ให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว จะสิ้นสุดลงในระหว่างการพิจารณา คนต่างด้าวผู้นั้นอาจยื่นคำขอ ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมือง แห่งเดียวกันนั้น เพื่ออยู่ในราชอาณาจักรต่อไป จนถึงวันได้รับทราบผลการพิจารณา ให้คณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งคณะกรรมการมอบหมาย มีอำนาจอนุญาตได้ การอนุญาตนี้ คณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งคณะกรรมการมอบหมาย จะกำหนดเงื่อนไขประการใดก็ได้
การยื่นคำขออนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้เสียค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
   
 
มาตรา 46 คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักร ถ้าในระหว่างรอรับใบสำคัญถิ่นที่อยู่ ตามมาตรา 41 หรืออยู่ในระหว่าง รอรับทราบผลของการพิจารณา ของคณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งคณะกรรมการมอบหมายตามมาตรา 45 วรรคสอง คนต่างด้าวผู้นั้นเดินทางออกไป นอกราชอาณาจักร ให้ถือว่าการผ่อนผันให้อยู่ ในราชอาณาจักรตามมาตรา 41 วรรคห้า หรือมาตรา 45 วรรคสอง เป็นอันสิ้นสุด เว้นแต่ก่อนเดินทางออกไป นอกราชอาณาจักรได้รับอนุญาต จากพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้กลับเข้ามาในราชอาณาจักรอีก และคนต่างด้าวผู้นั้นได้กลับเข้ามาภายใน ระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด ให้คนต่างด้าวผู้นั้นอยู่ในราชอาณาจักรต่อไป ได้ตามที่ได้รับการผ่อนผัน
   
 
มาตรา 47 คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาต ให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร จะต้องขอรับใบสำคัญถิ่นที่อยู่ จากอธิบดีหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งอธิบดีมอบหมายไว้ เป็นหลักฐาน ภายในเวลาสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นลาย ลักษณ์อักษร
ในกรณีที่คนต่างด้าวอายุต่ำกว่าสิบสองปี ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร ผู้ใช้อำนาจปกครองหรือผู้ปกครอง ต้องขอรับใบสำคัญถิ่นที่อยู่ในนามของคนต่างด้าวผู้นั้น ในการนี้อธิบดีหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะออกใบสำคัญถิ่นที่อยู่ ให้ต่างหาก หรือรวมกันกับผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือผู้ปกครองก็ได้
ถ้าไม่ขอรับใบสำคัญถิ่นที่อยู่ ในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการอาจสั่งระงับการอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรเสียได้ ในกรณีเช่นนี้การผ่อนผันให้อยู่ในราชอาณาจักรตามมาตรา 41 วรรคห้า หรือมาตรา 45 วรรคสอง เป็นอันสิ้นสุด
ผู้ขอรับใบสำคัญถิ่นที่อยู่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามอัตราและหลักเกณฑ์ที่ กำหนดในกฎกระทรวง
   
 
มาตรา 48 ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ให้ใช้ได้ตลอดไป แต่ถ้าผู้ถือใบสำคัญถิ่นที่อยู่ ได้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรแล้ว ใบสำคัญถิ่นที่อยู่นั้นเป็นอันใช้ไม่ได้ต่อไป เว้นแต่ก่อนที่จะเดินทาง ออกไปนอกราชอาณาจักร ผู้ถือใบสำคัญถิ่นที่อยู่ ได้นำใบสำคัญถิ่นที่อยู่ไปให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ทำหลักฐานการแจ้งออกไป นอกราชอาณาจักรเพื่อกลับเข้ามาอีกตามมาตรา 50 ในกรณีเช่นนี้หากคนต่างด้าวผู้นั้น กลับเข้ามาในราชอาณาจักร ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ทำหลักฐานให้ และไม่เป็นผู้มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 12 หรือมาตรา 44 ให้ใบสำคัญถิ่นที่อยู่นั้นคงใช้ได้ต่อไป
บทบัญญัติในมาตรา 12 เฉพาะความใน (1) ในส่วนที่เกี่ยวกับการตรวจลงตราหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดิน ทาง และความใน (2) (3) และ (4) มิให้นำมาใช้บังคับแก่กรณีตามวรรคหนึ่ง
   
 
มาตรา 49 ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ที่ใช้ไม่ได้ตามมาตรา 48 ให้ผู้ถือหรือผู้ครอบครองส่งคืน ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ของคนต่างด้าวที่ตาย ให้ผู้ครอบครองส่งคืนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
   
 
มาตรา 50 คนต่างด้าวซึ่งเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรโดยชอบและประสงค์จะเดิน ทางออกไปนอกราชอาณาจักรและจะกลับเข้ามาอีก ให้ปฏิบัติดังนี้
       (1) นำใบสำคัญถิ่นที่อยู่มาให้พนักงานเจ้าหน้าที่ สลักหลังทำหลักฐานการแจ้งออกไป นอกราชอาณาจักรเพื่อกลับเข้ามาอีก ตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
       (2) ในกรณีที่ไม่มีใบสำคัญถิ่นที่อยู่ เพราะเป็นคนต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ก่อนมีบทบัญญัติที่ให้คนต่างด้าวนั้น ต้องขอใบสำคัญถิ่นที่อยู่ ให้มาขอรับใบสำคัญถิ่นที่อยู่จากพนักงานเจ้าหน้าที่เสียก่อนแล้วปฏิบัติตาม (1)
       (3) ในกรณีที่ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ไม่มีที่ว่างที่จะสลักหลังตาม (1) ผู้ถือใบสำคัญถิ่นที่อยู่จะต้องขอเปลี่ยนใบสำคัญถิ่นที่อยู่ตามมาตรา 52 เสียก่อน
หลักฐานการแจ้งออกไป นอกราชอาณาจักร เพื่อกลับเข้ามาอีกให้มีอายุหนึ่งป ีนับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ ทำหลักฐานให้และภายในกำหนดหนึ่งปีนั้น ผู้ถือใบสำคัญถิ่นที่อยู่จะออกไป นอกราชอาณาจักรและกลับเข้ามา กี่ครั้งก็ได้
การขอหลักฐานการแจ้งออกไปนอกราชอาณาจักรเพื่อกลับเข้ามาอีกและการออกใบสำคัญ ถิ่นที่อยู่ตาม (2) ให้เสียค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
   
 
มาตรา 51 คนต่างด้าวซึ่งเคยเข้ามามีถิ่นที่อยู่ ในราชอาณาจักรแต่ไม่มีหลักฐาน การแจ้งออกไปนอกราชอาณาจักร เพื่อกลับเข้ามาอีก หรือมีหลักฐานการแจ้งออกไป นอกราชอาณาจักรเพื่อกลับเข้ามาอีก แต่มิได้กลับเข้ามาภายในเวลา ที่กำหนดตามมาตรา 48 หากประสงค์จะกลับเข้ามามีถิ่นที่อยู่ ในราชอาณาจักรตามเดิม ให้ยื่นคำขอตามวิธีการที่กำหนด ในกฎกระทรวงเพื่อพิจารณาอนุญาต เมื่อคณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า คนต่างด้าวผู้นั้นมีเหตุผลและข้อแก้ตัวอันสมควร ทั้งไม่เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 12 และมาตรา 44 จะอนุญาตให้คนต่างด้าวผู้นั้น มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรต่อไป โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี ก็ได้แต่ต้องขอรับใบสำคัญถิ่นที่อยู่ใหม่ ในระหว่างการขออนุญาต ให้นำมาตรา 45 วรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม
บทบัญญัติในมาตรา 12 เฉพาะความใน (1) ในส่วนที่เกี่ยวกับการตรวจลงตรา หนังสือเดินทางหรือเอกสาร ใช้แทนหนังสือเดินทาง และความใน (2) (3) และ (9) มิให้นำมาใช้บังคับแก่กรณีตามวรรคหนึ่ง
ผู้ขอรับใบสำคัญถิ่นที่อยู่ใหม่ ตามวรรคหนึ่ง ต้องเสียค่าธรรมเนียม ตามอัตราและหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง
   
 
มาตรา 52 เอกสารที่ออกให้ตามพระราชบัญญัตินี้ ของผู้ใดสูญหายหรือชำรุด และผู้นั้นประสงค์จะได้ใบแทน หรือกรณีขอเปลี่ยนใบสำคัญถิ่นที่อยู่ ตามมาตรา 50 (3) เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ สอบสวนเป็นที่พอใจแล้ว ให้ออกใบแทน หรือเปลี่ยนใบสำคัญถิ่นที่อยู่ให้ โดยผู้ขอต้องเสียค่าธรรมเนียม ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง